วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การรักษาฝีคัณฑสูตร...ของครูบ้านนอก

 "ฝีคัณฑสูตร" (Anal Fistula หรือ Fistula-in-ano) 
ที่ฉันเป็น...


เนื่องจากอิชั้นเป็นครูบ้านนอกที่สอนใน รร อยู่ใน จ.พิจิตร  ได้มีโอกาสเป็นโรคฝีคัณฑสูตร  โรคที่ผู้ที่เป็นมักไม่รู้ตัว  โอกาสเป็นคือ แสนคนจะมี 9 คนที่เป็นโรคนี้  ถ้ารักษาไม่ถูกวิธีมันจะทรมานมากค่ะ  ขณะนี้ได้รับการรักษาจาก  ศ.นพ.อรุณ  โรจนสกุล  จากการแนะนำจากเพื่อนที่เคยเป็นและหาข้อมูลทาง internet  ผ่าเมื่อวันที่   14  มิ.ย.  57  ณ  รพ  บำรุงราษฎร์  ดังนั้น เพื่อเป็นวิทยาทานสำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้จึงได้เผยแพร่วิธีการรักษาของอิชั้นค่ะ

รู้จักฝึคัณฑสูตร
อันนี้ขอลอกจาก link อื่นนะคะ  เป็นการอ้างอิงทางการแพทย์ค่ะ


ฝีคัณฑสูตรเกิดได้อย่างไร
โรคฝีคัณฑสูตร คือ เกิดจากการติดเชื้อของต่อมภายในทวารหนัก ทำให้มีเชื้อแบคทีเรีย อุจาระ และของเสียหมักหมมเกิดเป็นฝีหนอง หนองที่มีปริมาณมากขึ้นก็จะค่อยๆเซาะไปตามชั้นของกล้ามเนื้อของทวารหนัก ฝีคัณสูตรทะลุมาชั้นของผิวหนังที่อยู่บริเวณรอบๆทวารหนัก จนกระทั่งหนองแตกทะลุออกสู่ภายนอก กลายเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างช่องในทวารหนักกับผิวหนัง เรียกว่า Fistula
สาเหตุอื่นๆที่ทำให้เกิดเป็น Fistula นอกจากการเป็นฝีแล้ว ได้แก่
     ข้อมูลจาก   http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/GI/fistula_inano.html#.U6FXOfl_tws

   สรุปง่ายๆ ภาษาบ้านๆ คือ เกิดจากต่อมเมือกปลายลำไส้ที่ทำให้เราถ่ายได้ง่ายอุดตัน  ทำให้เกิดหนองแล้วเซาะจากผนังลำไส้ส่วนปลายไปยังรอบปากทวารหนักหรือบริเวณก้น ศึกษาได้อีกทีจากบล็อกของคุณหมีอ้วนกลมนะคะ  http://ppp555.blogspot.com/2013/09/AnalFistula.html

สัญญาณที่บ่งบอกว่าท่านอาจเริ่มเป็นฝึคัณฑสูตร
   1. อาการท้องผูก
   2. มีอาการเจ็บก้น  จับดูแล้วเป็นไตๆ อาจจะปวดหรือยังไม่ปวด

การรักษาของอิชั้น
   1. ครั้งแรกผ่าระบายหนองที่ก้น  การรักษา  เดือนกว่า ทรมานสุดๆ ล้างแผลเช้าเย็นเดือนกว่า
   2. ตัดสินใจผ่าฝีคัณฑสูตร ที่ รพ. บำรุงราษฎร์ กับ ศ.นพ.อรุณ  โรจนสกุล  ผู้คิดค้นวิธีรักษาแบบ Lift  โดยหูรูดทวารไม่เสีย  และหมอ ตปท นำไปใช้กันอย่างแพร่หลาย   จากการศึกษาประสบการณ์จากผู้ที่เคยผ่ามาก่อน

**  พอรู้อาการรอบ 2 เลยหาหมอและได้ย่าฆ่าเชื้อมาทาน  ทำให้อาการยังไม่ปวดมาก จากที่คุณหมอประเมินว่าต้องบล็อกหลัง  ก็กลายเป็นแค่ฉีดยาชา  จากประสบการณ์ท่านอื่นที่บอกว่า  ถ่ายครั้งแรก  เลือดสดๆ ออกมาด้วย  ของอิชั้น ไม่มีค่ะ  อาจเพราะรู้เร็ว  รักษาเร็ว  แผลเลยยังไม่ลึกมาก ..  แต่ก็รู้สึกว่าตอนผ่ามีการทำอะไรสักอย่างกับท่อหนองที่อิชั้นไม่ได้ปวด   แต่มารู้สึกหลังจากที่ผ่าไปแล้ว
รู้เร็ว รักษาเร็ว ถูกวิธี จะไม่เจ็บตัวมาก ไม่ติดเชื้อค่ะ **


อาการที่เกิดและการรักษา
   เริ่มแรกมีอาการท้องผูกตั้งแต่ปีใหม่  2557   เป็นๆ หายๆ จนช่วง  เม.ย. 57  เริ่มถ่ายไม่ค่อยออก  เบ่งแล้วก็ยังไม่ออก จนกระทั่งเกิดอาการ

8 เม.ย. 57 ไปขายประกันเพื่อนที่ จ.พิษณุโลก เริ่มมีการเจ็บๆ คันๆที่ก้น  และอีกไม่กี่วันต่อมาเริ่มปูดและเห็นเป็นหนอง บริเวณ ขอบรูทวารเลยค่ะ แต่ก็ไม่กล้าไปหาหมอ ...  อาย  ... 

12 เม.ย. 57  หนองแตกตอนกลางคืนค่ะ  ยังใจเย็น ใส่ผ้าอนามัยไว้  รอไปหาหมอรุ่งเช้า

13 เม.ย. 57  ตอนสายๆ ไปหาหมอที่ รพ.เอกชน ใน จ.พิจิตร  พอดีทำประกันไว้ เลยใช้สิทธิ์  AIA  อิชั้นถามเลยว่าใช่ฝีคัณฑสูตรมั๊ย   คุณหมอแจ้งว่าไม่ใช่  แต่ผ่าแล้วมีโอกาสเป็นได้ ....  คุณหมอนัดผ่าระบายหนองเนื่องจากมันแตกแล้วตอน  18.00 น.  เมื่อผ่าเสร็จอิชั้นนอน รพ 3 คืน  เนื่องจากมีอาการอาเจียนหลังผ่า  เมื่อออกจาก รพ. แล้วต้องทำการล้างแผลที่สถานีอนามัยหรือ รพ ใกล้บ้าน  อิชั้นเลือก รพ.สากเหล็ก  เพราะใกล้บ้าน  ล้างแผล เช้า - เย็น จนกว่าจะหาย  

16 เม.ย. 57  ออกจาก รพ และไปใช้บริการ รพ สากเหล็กในการล้างแผล เช้า - เย็น  ขอบอกว่าเจ็บมากช่วงแรก  เพราะเนื้ออ่อนใกล้รูทวารค่ะ  ทรมานมากๆ   รอบนี้ค่าใช้จ่ายประมาณ   26,xxx  (AIA)

ปลายเดือน พ.ค. 57 แผลทำท่าว่าจะหาย  แต่เอ๊ะ  ตรงปลายทวารเรามันเหมือนมีไตๆ ข้างใน ลักษณะคล้ายๆ ท่อ  และมีน้ำเหลืองไหลออกมาจากรูทวาร  คุณหมอที่ล้างแผลก็สงสัยว่ามาจากไหน  แต่เห็นว่ามีริดซี่ดวงนึง  ที่แตกกระจาย  เลยไม่รู้ว่ามาจากสาเหตุนี้หรือเปล่า  ....  แอบกังวลอีกแระ  ถ้ามันมาจากเกิดแผลในลำไส้ทำไงฟร่ะ  ....  ปลายทาง มะเร็ง แท้ๆ เลย  ช่วงนี้ใช้ผ้าก๊อตซับน้ำเหลืองและต้องคอยเปลี่ยนตลอดเวลา  กันติดเชื้อ ...

2 มิ.ย. 57  แผลเดิมหาย  แต่มีน้ำเหลือง(หนอง) ไหลออกมาจากรูทวาร  ...  ส่งใบเสร็จที่ล้างแผลสำหรับเบิกหน่วยงานต้นสังกัด  มีถึง  70 กว่าใบ  รวมเป็นเงินประมาณ  8,9xx บาท (สองตัวท้ายจำไม่ได้)

4.มิ.ย. 57  หาหมอที่ รพ. พิจิตร พบคุณหมอท่านเดิม  เพื่อวินิจฉัย หนองที่ไหลออกมาก  ปรากฎว่า  กลายเป็นฝีคัณฑสูตรไปแล้ว  พบท่อหนอง โดยท่านได้รีดหนองออกมานิดนึง (เจ็บปวด..)  และนัดผ่าระบายหนองในวันที่ 19 เม.ย. 57  กล่าวคือต้องกลับมารักษาแบบเดิม ทรมานเหมือนเดิม

ครูบ้านนอกตัดสินใจเข้ากรุง

                  จากการผ่าครั้งแรกได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่เคยเป็นและรักษาอย่างถูกวิธีมาแล้ว (ขอบคุณเพื่อนแอน หลายๆ)  ประกอบกับหาข้อมูลทางเน็ตเกี่ยวกับการรักษาจากบล็อกของคุณมีอ้วนกลม   ประมวลไว้ในหัวเกี่ยวกับแพทย์ที่ทำการรักษา  ศ.นพ.อรุณ  หมอชูชีพ  หมอประพนธ์  หาข้อมูลคุณหมอและ รพ  สรุปได้ในหัวของอิชั้น
    1. จุฬา  เป็น รพ รัฐ  อิชั้นเบิกได้  แต่ต้องสำรองจ่ายก่อนเพราะยังไม่ได้ทำเรื่องจ่ายตรง  แต่มาแล้วไม่ให้เสียเที่ยวก็ดำเนินการเรียบร้อย  รายชื่อคุณหมอที่ รพ. จุฬา  ได้แก่  หมอชูชีพ  หมอประพนธ์  และอีกท่านจำชื่อไม่ได้  เป็นลูกศิษย์ของ อ.อรุณ  อิชั้น print  ตารางเวรของคุณหมอเพื่อที่จะตรวจได้ทันเวลา  
    2. บำรุงราษฎร์  รพ.เอกชนที่แสนจะหรู  แต่ที่กล้ามา  บอกเลยเพราะมีประกัน  AIA ที่ทำไว้ (ถ้าตัดสินใจทำ plus gold ให้ตัวเองก่อนจะไม่ต้องจ่ายส่วนต่างเลยสักบาท  ใครอยากทราบรายละเอียดเดี๋ยวจะเขียนใน blog เรื่องประกันนะคะ)  ต้องมีจ่ายส่วนต่างบ้าง  โทรนัดคิว อ.อรุณ  ที่ รพ. บำรุงราษฎร์  ได้เวลา  13.15 น.  เนื่องจาก  อ.อรุณ เกษียณแล้วได้ตรวจที่บำรุงราษฎร์ด้วย

9 มิ.ย. 57  ลางานมุ่งหน้าเข้ากรุงพร้อมน้องสาว (ไม่งั้นอิชั้นหลงแน่ๆ)  ออกเดินทางโดยรถทัวร์ตั้งแต่สามทุ่มครึ่ง จนถึง กทม ตี 2 ครึ่ง (ก้นระบมไปหมดพี่น้องเอ๊ย...) อยู่ รพ จุฬา 9 ชม. ตั้งแต่ตีสาม  จนถึง 11 โมงกว่า จึงได้เข้าตรวจ (คนเยอะมากๆ)  จากดูผู้คนรอบข้างทำให้รู้ว่า ผู้ป่วยโรคนี้มีเยอะจริงๆ ถ้าคุณหมอนัดแอดมิดก็จะ ok  จัดไป  ผลการตรวจ  คือ  เส้นท่อหนองยังไม่ชัด คุณหมอเกรงว่าจะตัดหูรูดขาด   เลยให้ยามาทานเดือนนึง  แล้วมาประเมินใหม่ (ประเมิน  ไม่ได้หมายความว่าจะผ่าได้เลย) ซึ่งก็เป็นกระบวนการรักษาของ รพ รัฐ  (ไม่ได้บอกว่าหมอไม่เก่งนะคะ...อย่าหลงประเด็น) รับยาเสร็จก็ระเห็จไปตรวจกับคุณหมออรุณาที่บำรุงราษฎร์ ตาม่โปรแกรม  ปรากฎว่า  คุณหมอตรวจดูแล้วว่าต้องผ่า   และให้ไปประเมินค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ   40,000 - 60,000  ซึ่งประกัน AIA  มีอยู่ แต่ไม่รู้จะเสียส่วนต่างเท่าไร เพราะรักษาคราวที่แล้วไปด้วย  
        โทรสามีผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย 2 ประเด็น  
         1.  รักษาที่จุฬา รอเวลาตามกระบวนการ

         2.  รักษาที่บำรุงราษฎร์  นัดผ่าได้เลย  มีประกัน AIA คุ้มหัว แต่ก็ต้องมีการจ่ายส่วนต่าง  สามีให้นัดผ่าเลยเพราะท้ิงไว้เดือนนึงกลัวติดเชื้อ (สามีกลัวอิชั้นจะเป็นมะเร็ง)  เลยนัดผ่าวัน ส ที่  14 มิ.ย. 

คราวนี้อิชั้นวางแผนการเดินทาง  โดยการขึ้นเครื่อง!!  เพราะคราวที่แล้วระบมสุดๆ  ก็พาแม่และน้องสาวไปด้วย  ความตื่นเต้นของคนบ้านนอกขึ้นเครื่องครั้งแรกเด๋วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีนะคะ  ^^

14 มิ.ย. 57   07.30  เช็คอิน เตรียมรอขึ้นเครื่อง   ถึง กทม ประมาณ  เก้าโมงกว่า  เพื่อนมารับไปช้อป ที่ตลาดลุงเพิ่ม  
                  12.30  เช็คอิน  เข้า รพ.  ห้องหรูมากๆ  ขนาดเตรียมตัวมาแล้ว  ยังหวิวๆ พยาบาลแจ้งว่า บ่ายสามจะมาสวนทวาร  และจะมารับตัวเตรียมเข้าห้องผ่าตัดตอน 18.00 น.  พอดีอยากพบคุณหมอก่อนผ่าเพื่อที่จะบอกว่าจะให้ผ่าเอาริดซี่ออกไปด้วย  เพราะไม่ได้แจ้งตั้งแต่ทีแรก  พยาบาลก็รับเรื่องไว้  แต่ก็กลัวไม่ถึงคุณหมอ  ระหว่างรอเวลา หม่อมแม่กะหม่อมน้องก็ลั้นลาไปเท่วไหนก็ไม่รู้  ให้คุณเพื่อนนั่งเฝ้านั่งคุยเป็นเพื่อนอิชั้น  บรรยากาศในห้องค่ะ








คนเฝ้าลั้นลามากค่ะ  อิชั้นเลยอาบน้ำทุกซอกทุกมุมตามคำแนะนำของคุณหมีอ้วนกลม เปลี่ยนชุดเป็นชุดสีฟ้า ผ่าหลัง ถอดคอนแทค เตรียมพร้อม

15.00  มาตรงเวลาจังแฮะ  พยาบาลมาสวนทวาร  ขณะที่อิชั้นถ่าย  ช่วงนี้ยังมีอาการปวดที่ก้นบ้างตุ๊บๆ   และแอบกลัว(จริงๆ นะ)  

17.xx  พยาบาลนำยานอนหลับมาให้  ขอบอกว่ายาออกฤทธิ์เร็วมาก  อิชั้นเบลอๆ อยากนอน  แต่ฝืนไม่อยากนอน  พูดเพ้ออะไรมั่งไม่รู้ ฮ่าๆๆๆ  ต้องถามคนเฝ้า  เพราะอยากเจอคุณหมอก่อนจะผ่า  เรื่อง เอาริดซี่ออก

18.00  บุรุษพยาบาลพาไปรอที่ห้องเตรียมผ่า  ฝืนไม่อยากหลับอยากเจอคุณหมอก่อน  แต่พยาบาลบอกว่าหลับไปเลย เด๋วแจ้งคุณหมอให้  ยังนึกในใจว่า  อิชั้นง่วงตอนนี้แล้วสติคืนมาตอนผ่าจะทำเยี่ยงไร (เจ็บแน่ๆ)  

น่าจะ  19.00 ตามเวลา  เข้าห้องผ่าถูกจัดแจงให้นอนคว่ำ แบบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย (นึกถึงในหนังที่โดนยาสลบ) ทำตามแบบอ่อนเปลี้ยเพลียแรง พยาบาลถามว่าหนาวมั๊ย  ตอบ  หนาว  แล้วจัดแจงผ้าและนำเครื่องเป่าอุ่นๆ มาเป่าให้ เสียงคุณหมอให้ปรับเตียงคือยกก้นขึ้น  ท่านอนของอิชั้นตอนนั้นคือ อึ่งอ่างไชโย  ค่ะ   กางขากางแขน  คงจะน่าเกลียดมาก (ฮ่าๆๆๆ)  คุณหมอฉีดยาชาค่ะ ...(ตอนแรกบอกว่าบล็อกหลังงัย...TT )  เจ็บมาก  คุณหมอบอกอย่าเกร็ง  ยิ่งเกร็งยิ่งเจ็บ  ...  มันเกร็งอัตโนมัติค่ะ ทั้งๆที่ไม่มีแรง  สักพักพอชา ก็รู้ตัวค่ะคุณหมอทำอะไรสักอย่างกับก้น  รู้สึกตอนที่ร้อยท่อด้วยค่ะ  แต่ไม่ทราบว่าทำอะไรบ้าง ถึงแก้มก้แน่ะ  ทั้งๆที่ตอนแรกไม่ได้เจ็บถึงส่วนนั้น  (ท่อหนองอาจจะไปถึงใกล้ๆ แก้มก้น แต่ยังไม่ออกอาการ  ...  เดาเอา  เพราะมันไม่เจ็บก่อนมาตรวจ)  ... สักพัก  ..  บร๊ะเจ้า สติเริ่มมาค่ะ   ....  เรียกคุณหมอคะ ...   ไม่ได้ยิน  พยาบาลเรียก อ.คะ คนไข้คุยค่ะ  ...  อ.อรุณ ... ว่างัย.... น้ำเสียงใจดีมาก  ...  ริดสีดวงค่ะ ...  เรียบร้อยแล้ว  ...  สบายใจ  อยากจะหลับ...  ฤทธิ์ยาชายังอยู่  แต่ฤทธิ์ยานอนหลับค่อยๆ หมดลง ...  ฮ่ะๆๆๆ  สักแป๊บนึงก็เสร็จ  พาไปห้องพักฟื้น    ได้ยินพยาบาลคุยกันว่า คุณหมอมีเคสผ่าฝึคัณฑสูตรอีก 2 เคส  ต่อจากอิชั้น   ....   สักสองทุ่ม พาขึ้นห้อง  ยังพอมีสติ  นอนยาวเลย  พยาบาลมาวัดความดัน ทุกๆ 4 หรือ 6  ชั่วโมงนี่แหละ  
01.00  พยาบาล มาวัดความดัน  พร้อมทีั้งให้อิชั้นฉี่ใส่กระโถน เพราะตั้งแต่ขึ้นมายังไม่เคยฉี่เลย   ตื่นมาอิชั้นก็จะเอาโน่น เอานี่  เรียกคนเฝ้า (น้องสาว) เอาโน่นให้นี่ให้ ... คนเฝ้าก็ง่วง 5555   อิชั้นยังไม่กล้าลุกเพราะอ่านบทความของน้องผู้หญิงท่าผ่าแล้วฉีดยาชา  ลุกทีแรกร่วงเลย  อิชั้นเลยนอนเฉยๆ ประกอบกับเพลียจากยาด้วยเลยนอนถึงเช้า  (น้องสาวคงถ่ายไว้  เห็นมีในโทรศัพท์  ฮะๆๆ)


15 มิ.ย. 57
08.00 ตื่นนอน  ลองขยับก้น  กลัวเจ็บแผล  ขยับขา  ลุกเดิน  อื่ม...ไม่ค่อยเจ็บเท่าที่กลัว  แต่ยังไม่กล้าถ่ายค่ะ  เลยไปอาบน้ำ  เอาผ้าก๊อตที่ซับเลือดเมื่อคืนทิ้งไป  คราวนี้เปลี่ยนมาใส่ชุดเขียว  ผู้ป่วยปกติค่ะ


09.00  เข้าห้องน้ำถ่ายครั้งแรก  เกร็งแทบแย่  ออกจากห้องน้ำ  คุณหมอเข้าห้องมาพอดี คำแรกที่คุณหมอเห็นออกมาจากห้องน้ำคือ  โอ้ย  ไม่เป็นไรแล้ว  ป่ะ  กลับบ้าน  ฮ่าๆๆๆ   แล้วบอกวิธีการคือใช้น้ำประปาล้างซับให้แห้งแผลยิ่งแห้งยิ่งหายไว้  ถ้าแฉะหายช้า  ใส่ผ้าอนามัยไว้  ถ้ารู้สึกว่าแผลมันแฉะให้ดันผ้าอนามัยซับไปเลย  

10.35  รพ. แจ้งค่าใช้จ่าย  ทั้งหมด  46,290 บ.  ประกันจ่ายให้  34,391 อิชั้นจ่ายส่วนต่าง  11,899 บาท  (ถ้าซื้อ plus gold ไว้จะไม่ต้องจ่ายส่วนนี้เลยค่ะ  วันหน้าจะมาเล่าให้ฟังนะคะ  จากคน anti ประกันทุกรูปแบบ)

11.00 ออก จาก รพ ขึ้นเครื่อง กลับถึง พิษณุโลก เวลา  14.xx  กว่า  ขอบคุณเพื่อนเล็ก ฐาปนี ที่เป็นสารถีตลอดการเข้ากรุง ....   ที่สำคัญ ขากลับ เจอคนนี้บนเครื่อง  อิชั้นกรี๊ดในใจ  ลืมเจ็บแผลไปพักนึง  อิ อิ

16.xx  ถึงบ้านที่ ต.สากเหล็ก อ.สากเหล็ก จ.พิจิตร  ระยะทางจากพิษณุโลก  65 กม. นั่งด้วยก้นข้างเดียว(น้ำหนักลงที่ก้นด้านซ้าย)  มาถึงบ้านรีบเปลี่ยนผ้าอนามัย  เพราะเลือดซึมเต็มไปหมดค่ะ

16 มิ.ย. 57  ให้น้องชายขับรถไปเขียนใบลาพร้อมแนบใบรับรองแพทย์ประกอบคำครหา 
  ทีแรกว่าถ้าไม่มีอะไรมากจะไปสอนหนังสือตามปกติ  ที่ไหนได้  วันที่ 2 - 3  ยังมีอาการปวดตุ๊บๆ อยู่ค่ะ    โอกาสหน้าจะมานำเสนอการรักษาตัวหลังการผ่าต่อไปนะคะ  

ปล.  ลืมบอกอาการอีกอย่างที่เหมือนๆ กับคุณหมีอ้วนกลมและท่านอื่นๆที่ได้แชร์ไว้คือ  กลั้นผายลมไม่อยู่ค่ะ   แต่ไม่มีเสียงนะคะ  แค่เล็ดลอดออกมาทักทายชาวโลก เพียงแผ่วเบา  ไร้กลิ่นค่ะ  อิ อิ 

17 ความคิดเห็น:

  1. คุณครูหายดียังครับหายขาดไปเลย ของผมโดนไป71จ่ายเอง24แย่เลยครับ บล๊อคหลัง ห้องคู่ครับ ผมอ่านเจอครูทำให้ผมไปที่นี้เลยครับ

    ตอบลบ
  2. คุณครูครับผมเพิ่งไปตรวจที่บำรุงราษฎร์มาเบื้องต้นค่าใช้จ่ายอยู่ที่100,000-120,000.-บาท ทางรพ แจ้งมาว่ามีการปรับราคาขึ้น5% จาก42,000ไปเป็น120,000 ใช้เครื่องคิดเลขที่บ้านกดยังไงก็ไม่ได้5%ครับ เลยไม่แน่ใจว่าเครื่องคิดเลขที่บ้านหรือของ รพ มันเสียกันแน่ครับ ผมคงไปหาตัวเลือกอื่นหละครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เพิ่มเยอะจริงๆ มีที่จุฬา นะคะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ24 ธันวาคม 2560 15:22

      ผ่าไป23/11/2017 ราคา8กว่า ห้องเดี่ยวบล็อคหลังค่ะ ถ้าำม่เอาห้องเดียวเอสแบบ4เตียงลดอีกนะคะ

      ลบ
  3. http://bumrungrat.blogspot.com/
    ผมเพิ่งผ่าวันที่ 21 เมษายน 58 เองครับ ไม่เจ็บเลย

    ตอบลบ
  4. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  5. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ15 มีนาคม 2559 02:36

    ตอนนี้อยากทราบว่าคุณครูหายขาดเลยหรือป่าวค่ะ..เพราะตอนนี้คุณหมอเค้าบอกหนูมาว่าต้องผ่าตัด...

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ตอนนี้ไม่มีอ่การอะไรเลยค่ะ

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ5 มีนาคม 2560 09:53

      ผมเคยไปผ่ามาแล้วเหมือนกันครับ แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่หาย เป็นรูมีหนองออกมาอย่างนี้ 2 ปีกว่าแล้ว มันจะกลายพันธุ์ไปเป็นอย่างอื่นได้ไหมครับ อย่างเช่นปล่อยไว้นานจะกลายเป็นมะเร็ง ได้ไหมครับ

      ลบ
  7. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  8. แนะนำผ่ากับอ.เกรียงไกรที่เกษมราษฎ์บางแคคะ สามีดิฉันผ่านอกห้องผ่าตัด ค่าช้ายใจปรมาณ9000 บาทคะ
    คุณหมอใจดีมากๆๆๆคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขอบคุณค่ะ ถ้าว่างลองเขียนแชร์ประสบการณ์นะคะ วิทยาทานแกเพื่อนร่วมโรคค่ะ

      ลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ5 มีนาคม 2560 09:56

    ผมเคยไปผ่ามาแล้วเหมือนกันครับ แต่จนปัจจุบันก็ยังไม่หาย เป็นรูมีหนองออกมาอย่างนี้ 2 ปีกว่าแล้ว มันจะกลายพันธุ์ไปเป็นอย่างอื่นได้ไหมครับ อย่างเช่นปล่อยไว้นานจะกลายเป็นมะเร็ง ได้ไหมครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ปนึกษาคุณหมออีกรอบจะดีกว่าค่ะ

      ลบ